* กดรับ Link นิยายรสแซ่บได้ที่ปกทุกปกเลยจ้าา *

niyayZAP Related E-Books Related E-Books Related E-Books Related E-Books Series E-Books niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน niyayZAP Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP Related E-Books niyayZAP niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books  Series E-Books

Sunday, 16 March 2025

01 เพลงรัก..สัญญาร้าย : The Billionaire's Darling

แมงมุมใต้เตียง | NiyayZap

"เมื่อภูเขาน้ำแข็งก้อนมหึมาที่เรียกชื่อเล่นว่าหนุ่มหล่อ รวย ทรงพลัง ถูกจุดไฟรักให้ลุกโชนโดยนางสิงห์สาวสวย ผู้พกความมั่นใจมาเต็มขั้น ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากสัญญา (ไม่) รัก จึงเผาไหม้ทุกขอบเขตอุปสรรคจนกลายเป็นรักแท้ที่ไม่มีสิ่งใดต้านทาน!"

🍹

หมื่นล้านคำรัก และ AI

©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เพลงรัก..สัญญาร้าย

The Billionaire's Darling

บทที่ 1
แรกพบ

 ท้องฟ้าสีครามเข้มของกรุงเทพฯ ยามเย็นถูกระยิบระยับด้วยแสงไฟจากตึกระฟ้า งานเปิดตัว “เดอะ ไลออน พาเลซ” โครงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรู คึกคักไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ เสียงแก้วไวน์กระทบกันเบาๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงที่ลอยคละคลุ้งในอากาศ ห้องโถงใหญ่ถูกประดับด้วยโคมไฟคริสตัลระยิบระยับ แสงสะท้อนจากพื้นหินอ่อนขัดเงาให้ความรู้สึกหรูหราและทรงพลังราวกับราชวังของราชสีห์

สิงห์ วรภัทร เจ้าของโครงการ วัย 38 ปี ยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงด้วยท่าทีสงบเงียบ เขาสวมสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รัดแนบกับแผงอกกว้าง ใบหน้าคมคายของเขาดูเย็นชา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลึกซึ้งราวบ่อน้ำที่ไม่อาจมองเห็นก้นลึก แฝงด้วยเสน่ห์ร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางนิ่งขรึม เขาถือแก้วแชมเปญสีทองในมือ จิบมันอย่างเชื่องช้า สายตากวาดมองไปรอบงานด้วยความรู้สึกเฉยเมย แม้เขาจะไม่ชอบงานเลี้ยงแบบนี้เท่าไรนัก หากแต่ในโลกธุรกิจที่เขาครองอยู่ นี่มันคือส่วนหนึ่งของเกมที่เขาต้องเล่น

แล้วสายตาของเขาก็หยุดนิ่ง

ที่ทางเข้าห้องโถง หญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชุดเดรสสีแดงเข้มเรียบง่ายแต่สง่างาม รูปทรงของชุดโอบรัดเรือนร่างสมส่วนของเธออย่างลงตัว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นเป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นต้นคอระหงและใบหน้าที่งดงามราวกับงานศิลปะชั้นสูง ดวงตาคู่โตของเธอเปล่งประกายด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเธอไม่ใช่รอยยิ้มแบบหวานหยาดเยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา เธอถือถาดเครื่องดื่มอยู่ในมือ เดินด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญาที่รู้ดีถึงคุณค่าของตัวเอง

“เพลงรัก” สิงห์อ่านชื่อจากป้ายที่ติดอยู่บนอกเสื้อของเธอโดยไม่ตั้งใจ เขารู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกประหลาดในอก มันไม่ใช่แค่ความสวยงามของเธอที่ดึงดูดเขา แต่เป็นพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ความมั่นใจที่ไม่หวั่นไหว และแววตาที่บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาบงการได้ง่ายๆ

“สวัสดีค่ะ” เสียงของเธอดังขึ้นขณะที่เธอหยุดยืนใกล้เขา มันใสกระจ่างและเต็มไปด้วยน้ำหนัก ไม่ใช่น้ำเสียงอ่อนหวานที่พยายามเอาใจใคร “คุณอยากรับเครื่องดื่มเพิ่มไหมคะ?” เธอถามด้วยท่าทีเป็นมืออาชีพ สายตาของเธอจับจ้องเขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีร่องรอยของความเขินอายหรือประจบประแจง

สิงห์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยพลังนั้น เขายกแก้วแชมเปญในมือขึ้นเล็กน้อย “ผมมีแล้ว” น้ำเสียงของเขาเย็นชาและเรียบเฉยตามนิสัย แต่สายตายังคงตรึงอยู่ที่เธอ

“เข้าใจค่ะ” เพลงรักพยักหน้า ตอบสั้นๆ รับรู้โดยไม่แสดงท่าทีประหม่าเขินอาย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ฝีเท้าของเธอสงบ สง่า กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมดอกไม้ลอยตามหลังเธอมา สิงห์มองตามแผ่นหลังของเธอโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเขาที่เคยเย็นชาและนิ่งสนิทมานานเริ่มเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เขาสงสัยในตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้


งานดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น สิงห์ถูกดึงเข้าสู่บทสนทนากับนักลงทุนหลายคน แต่สายตาของเขากลับคอยมองหาเงาร่างในชุดสีแดงนั้นอย่างไม่รู้ตัว เขาเห็นเธอเคลื่อนไหวไปมาระหว่างแขกด้วยความคล่องแคล่ว เธอยิ้มให้กับคนที่ทักทาย แต่รอยยิ้มนั้นไม่ใช่การประจบ มันเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเอง เขาสังเกตว่าเธอปฏิเสธคำชวนคุยจากแขกชายบางคนที่ดูเหมือนจะพยายามเข้าใกล้เธอด้วยท่าทีที่เด็ดขาดแต่สุภาพ

“คุณสิงห์สนใจอะไรอยู่หรือครับ” เสียงของชายวัยกลางคนข้างกายดังขึ้น สิงห์หันกลับมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แค่ดูงาน” เขาตอบสั้นๆ แต่ในใจของเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่นั้น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงสนใจผู้หญิงคนนี้มากขนาดนี้ เธอเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเขา เธอเหมือนเปลวไฟที่เจิดจ้าท่ามกลางความมืดมิดที่เขาคุ้นชิน

ช่วงหนึ่งของงาน เขาเห็นเธอยืนพักที่มุมห้องโถง มือของเธอยกขึ้นปัดผมที่หล่นลงมาปรกหน้า ดวงตาคู่สวยนั้นมองไปยังฝูงชนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความฝันและความมุ่งมั่น เขารู้สึกได้ว่าเธอมีเป้าหมายบางอย่างในชีวิต และนั่นยิ่งทำให้เขาสนใจเธอมากขึ้น

เมื่อถึงช่วงท้ายของงาน เพลงรักเดินมาที่โต๊ะของเขาเพื่อเก็บแก้วที่ว่างเปล่า สิงห์มองเธอด้วยหางตา มือของเขากำแก้วไวน์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“งานหนักไหม” เขาถามออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา แต่มีแววของความสนใจซ่อนอยู่ เพลงรักหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่รอยยิ้มบนมุมปากจะปรากฏขึ้น

“หนักบ้างค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่ฉันเลือกเอง” เน้นคำว่า ‘ฉัน’ เพื่อแสดงถึงความเป็นเจ้าของการตัดสินใจของตัวเอง “งานแบบนี้สอนให้รู้จักคนเยอะขึ้น” เธอกล่าวเสริมด้วยท่าทีที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย สิงห์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาคาดหวังคำบ่นหรือคำตอบที่แสดงถึงความเหนื่อยล้า แต่เธอกลับมองมันด้วยมุมมองที่แตกต่าง

“คุณชื่อเพลงรักจริงๆ หรือ” เขาถามต่อ คิ้วของเขายกขึ้นด้วยความสงสัย เธอมองเขาด้วยสายตาที่มีประกายระยิบระยับเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า

“จริงค่ะ ถึงแม้ชื่อนี้มันอาจดูอ่อนหวาน อ้อนแอ้นไปหน่อย แต่ฉันทำให้มันแข็งแกร่งได้” เธอพูดพร้อมกับยิ้มสดใส ร่าเริง สิงห์มองเธอเงียบๆ เขาไม่รู้จะตอบอะไร แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่แววตาของเธอ แววตาที่บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ชื่อหรืออะไรมาจำกัดตัวตนของเธอ


เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง แขกเริ่มทยอยกลับ สิงห์ยืนอยู่ที่ระเบียงของตึกสูง มองลงไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟ เขาคิดถึงเพลงรัก คิดถึงความมั่นใจที่เธอแสดงออกมา คิดถึงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ เขายกมือขึ้นแตะที่หน้าอกของตัวเอง หัวใจที่เต้นแรงขึ้นนั้นทำให้เขารู้สึกแปลกใจ

“น่าสนใจ” เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาของเขามองไปยังทางออกที่เธอเดินจากไปเมื่อครู่ เขารู้ว่าเธอไม่ใช่แค่พนักงานเสิร์ฟธรรมดาในสายตาของเขา เธอมีบางอย่างที่แตกต่าง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่เขายังไม่เข้าใจ


คืนนั้น สิงห์นอนไม่หลับ ภาพของเพลงรักวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่หยุด เขาคิดถึงดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คิดถึงน้ำเสียงที่หนักแน่น และคิดถึงความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหลายปี เขาไม่รู้ว่าเธอคือแสงสว่างที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือ เขาต้องการรู้จักเธอให้มากกว่านี้

บทที่ 2
ข้อเสนอ ของ Sugar Daddy

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของสำนักงานหรูบนชั้นสูงสุดของตึกวรภัทร กรุ๊ป สิงห์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้มที่ถูกขัดเงาจนสะท้อนแสงได้ เอกสารกองโตวางระเกะระกะอยู่ข้างหน้าเขา แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือ หน้าจอแสดงข้อมูลที่เขาให้เลขานุการส่วนตัวไปสืบมาเมื่อสองวันก่อน “เพลงรัก อัศวเมธา อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยชื่อดัง ทำงานพิเศษเพื่อหาเงินเรียนและตามความฝัน” สิงห์เลื่อนดูข้อมูลนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง

ตั้งแต่งานเปิดตัว “เดอะ ไลออน พาเลซ” เขาไม่สามารถสลัดภาพของเธอออกจากหัวได้ ความมั่นใจที่เธอแผ่ออกมา ความสง่างามที่ไม่ต้องพยายาม และแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความฝัน มันจุดประกายบางอย่างในตัวเขาที่เขาไม่เคยรู้สึกมานาน เขาคิดถึงรอยยิ้มอ่อนบางบนมุมปากที่ท้าทาย คำพูดที่หนักแน่น และท่าทางที่บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาครอบงำได้ง่ายๆ สิงห์วางโทรศัพท์ลง มือของเขายกขึ้นนวดขมับเบาๆ เขารู้ว่าเขาต้องเจอเธออีกครั้ง และเขามีแผนอยู่ในหัวแล้ว


เย็นวันนั้น ที่คาเฟ่เล็กๆ ใกล้มหาวิทยาลัย เพลงรักนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้าน เธอสวมเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขาดนิดหน่อย ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นหางม้าสูง เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามแม้จะไม่แต่งหน้า ตรงหน้าเธอมีสมุดโน้ตและปากกาวางอยู่ เธอกำลังจดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าจดจ่อ แสงจากโคมไฟสีเหลืองนวลส่องลงมาบนใบหน้าของเธอ ทำให้ดวงตาคู่โตของเธอเปล่งประกายราวกับดวงดาว

ประตูคาเฟ่เปิดออกพร้อมกับเสียงระฆังเล็กๆ ดังกรุ๊งกริ๊ง สิงห์ก้าวเข้ามาในชุดสูทสีกรมท่าที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสง่างาม เขาสะพายกระเป๋าคอมพิวเตอร์ไว้ข้างหนึ่ง แต่สายตาของเขากวาดมองไปรอบร้านทันทีราวกับรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เพลงรักเงยหน้าขึ้นจากสมุดโน้ตโดยบังเอิญ สายตาของทั้งคู่ประสานกันชั่วขณะ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับไปสนใจสมุดของตัวเองต่อ

สิงห์เดินตรงไปที่โต๊ะของเธอโดยไม่ลังเล เขาดึงเก้าอี้ตรงข้ามเธอออกแล้วนั่งลงโดยไม่รอคำเชิญ เพลงรักเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง คราวนี้คิ้วของเธอยกขึ้นสูงด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

“คุณสิงห์ วรภัทร ใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความระวัง “มีอะไรหรือเปล่าคะ ฉันจำได้ว่าเราเจอกันแค่ครั้งเดียว”

“จำผมได้ แปลว่าคุณฉลาดกว่าที่ผมคิด” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่มีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก “ผมมีข้อเสนอให้คุณ”

เพลงรักวางปากกาลงช้าๆ สายตาของเธอจับจ้องเขาโดยไม่หลบ “ข้อเสนออะไรคะ” เธอถามต่อ คราวนี้น้ำเสียงของเธอแข็งขึ้นเล็กน้อยราวกับเตรียมตั้งรับ

สิงห์พิงพนักเก้าอี้ มือของเขาวางลงบนโต๊ะอย่างผ่อนคลาย “ผมรู้ว่าคุณทำงานพิเศษเพื่อหาเงินเรียน และผมรู้ว่าคุณมีความฝันอยากเป็นนักแสดง ผมสามารถช่วยคุณได้ เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม ผมจะสนับสนุนทุกอย่างที่คุณต้องการเพื่อให้ความฝันของคุณเป็นจริง”

เพลงรักนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินเขา “แล้วคุณต้องการอะไรตอบแทน” เธอถามตรงๆ ไม่มีวี่แววของความหวั่นไหวในน้ำเสียง

“ผมต้องการให้คุณมาเป็นคู่ควงของผม” สิงห์ตอบโดยไม่ลังเล “งานสังคม งานเลี้ยง หรือที่ไหนก็ตามที่ผมต้องการ คุณต้องอยู่ข้างผม”

อากาศในคาเฟ่เหมือนเย็นลงทันที เพลงรักหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ไม่ใช่เสียงหัวเราะที่ร่าเริง มันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “คุณกำลังบอกว่าให้ฉันมาเป็นอะไร สาวตกแต่งข้างกายคุณเหรอคะ” เธอพูดพร้อมกับยกคิ้วขึ้น “ฉันไม่ใช่ของประดับที่คุณจะหยิบมาใส่ตามใจชอบได้นะคะ”

สิงห์ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของเธอ เขาจุดรอยยิ้มที่มุมปากมากขึ้น “ผมไม่ได้มองคุณเป็นของประดับ ผมมองว่าคุณมีคุณค่า และผมอยากลงทุนในคุณค่าแบบนั้น แต่ทุกการลงทุนย่อมมีผลตอบแทน คุณเข้าใจเรื่องนี้ดี”

เพลงรักกำมือแน่นใต้โต๊ะ สายตาของเธอจ้องเขาเขม็ง “คุณกำลังเสนอให้ฉันเป็น Sugar Baby ของคุณใช่ไหมคะ” เธอพูดคำนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “ฉันไม่ชอบให้ใครมาซื้อตัวตนของฉันด้วยเงินค่ะ”

“ผมไม่ได้ซื้อตัวตนของคุณ” สิงห์ตอบทันควัน น้ำเสียงของเขายังคงนิ่ง “ผมแค่เสนอทางลัดให้คุณไปถึงความฝันของคุณเร็วขึ้น คุณจะปฏิเสธโอกาสแบบนี้จริงๆ เหรอ”

เพลงรักนิ่งเงียบ เธอรู้ดีว่าเขาพูดถูกในแง่ของโอกาส ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอทำงานหนักเพื่อหาเงินเรียนและไล่ตามความฝัน แต่การได้คนอย่างสิงห์มาสนับสนุนอาจทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นจริงๆ แต่ในขณะเดียวกัน ความภาคภูมิใจในตัวเองของเธอก็กรีดร้องออกมาว่าเธอไม่ควรยอม


หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เพลงรักสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองตรงไปที่เขา “ถ้าฉันจะรับข้อเสนอนี้ ฉันมีเงื่อนไขของตัวเอง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ฉันไม่ใช่คนที่คุณจะมาสั่งได้ตามใจชอบ ถ้าจะทำแบบนี้ ทุกอย่างต้องชัดเจน และฉันจะไม่ยอมให้คุณเอาเปรียบฉัน”

สิงห์ยกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ “พูดมา”

“หนึ่ง คุณสนับสนุนความฝันของฉันจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ ฉันต้องการหลักฐานว่าเงินของคุณจะไปถึงเป้าหมายของฉันจริงๆ สอง ฉันจะเป็นคู่ควงคุณในงานที่ตกลงกันเท่านั้น และฉันมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ถ้าฉันไม่สบายใจ สาม เราเคารพขอบเขตของกันและกัน ฉันไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณ และคุณไม่ใช่เจ้านายของฉัน” เธอพูดต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก สายตาของเธอจ้องเขาเขม็งราวกับจะบอกว่าเธอไม่ยอมให้เขามาควบคุม

สิงห์มองเธอนิ่งๆ เขาคาดหวังว่าเธอจะต่อต้าน แต่ไม่คิดว่าเธอจะกล้าต่อรองกับเขาด้วยท่าทีที่มั่นใจขนาดนี้ รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นเล็กน้อย “น่าสนใจ คุณฉลาดกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ”

“ฉันต้องฉลาดค่ะ ถ้าจะอยู่กับคนอย่างคุณ” เธอตอบกลับทันควัน สิงห์หัวเราะเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

“ตกลง ผมยอมรับเงื่อนไขของคุณ แต่ผมขอเพิ่มข้อหนึ่ง” เขาพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเล็กน้อย “คุณต้องให้เวลาผมอย่างน้อยสามวันต่อสัปดาห์ ไม่ใช่แค่งานสังคม แต่รวมถึงเวลาส่วนตัวด้วย”

เพลงรักขมวดคิ้ว “ทำไมถึงต้องมีเวลาส่วนตัวด้วย”

“เพราะผมอยากรู้จักคุณมากกว่านี้” เขาตอบตรงๆ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ถ้าเราจะทำอะไรด้วยกัน ผมอยากให้มันมากกว่าสัญญาธุรกิจ”

เพลงรักนิ่งไปอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอไม่แน่ใจว่าคำพูดของเขาหมายถึงอะไร แต่แววตาของเขาทำให้เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า “ข้อตกลง” เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งแล้วพยักหน้า

“ตกลงค่ะ แต่ถ้าคุณผิดสัญญา ฉันจะไม่ยอมง่ายๆ แน่” เธอพูดพร้อมกับยื่นมือออกไป สิงห์มองมือของเธอครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือไปจับ มือของเขาอบอุ่นและแข็งแรง ต่างจากมือเรียวบางแต่หนักแน่นของเธอ

“ผมก็เหมือนกัน” เขาตอบพร้อมกับบีบมือเธอเบาๆ “ยินดีต้อนรับสู่โลกของผม เพลงรัก"


คืนนั้น เพลงรักนั่งอยู่ที่ระเบียงหอพักของเธอ มองออกไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว เธอรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เพิ่งตกลงไป สิงห์ไม่ใช่คนธรรมดา เขามีพลังที่ทั้งน่าดึงดูดและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน เธอไม่ชอบความคิดที่ต้องพึ่งพาใคร แต่โอกาสที่เขามอบให้นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะปฏิเสธได้ง่ายๆ

ส่วนสิงห์ที่นั่งอยู่ในรถส่วนตัวขณะขับกลับบ้าน สายตาของเขาจับจ้องไปที่ถนนข้างหน้า รอยยิ้มบางๆ ยังคงอยู่บนใบหน้าของเขา เขารู้ว่าเพลงรักไม่ใช่คนที่จะยอมให้เขาควบคุม และนั่นยิ่งทำให้เขาต้องการเธอมากขึ้น

บทที่ 3
สัญญา (ไม่) รัก

แสงไฟนีออนจากถนนยามค่ำคืนสะท้อนเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องนั่งเล่นในคอนโดมิเนียมสุดหรูของสิงห์ บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ เฉพาะเสียงน้ำแข็งกระทบกันในแก้ววิสกี้ที่เขาถืออยู่ในมือเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ สิงห์นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวยาว สูทสีกรมท่าถูกถอดออกพาดไว้ที่พนักพิง เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมสองเม็ดบน แผงอกกว้างของเขาเผยให้เห็นรอยสักจางๆ รูปหัวสิงโตที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้า เขามองออกไปยังวิวเมืองที่สว่างไสวด้วยสายตาที่ลึกซึ้งราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

สองสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เขาและเพลงรักตกลงเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบ Sugar Daddy-Sugar Baby ข้อตกลงของทั้งคู่ชัดเจนราวกับสัญญาทางธุรกิจ: เขาจะสนับสนุนความฝันของเธอด้วยเงินทุนไม่จำกัด เธอจะเป็นคู่ควงของเขาในงานสังคม และทั้งคู่จะให้เวลากันอย่างน้อยสามวันต่อสัปดาห์ โดยมีเส้นแบ่งที่ทั้งสองเคารพกัน แต่สิ่งที่สิงห์ไม่คาดคิดคือ ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอกของเขา มันไม่ใช่แค่ความสนใจหรือความอยากครอบครอง มันลึกซึ้งกว่านั้น และนั่นทำให้เขารู้สึกกระสับกระส่าย


วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เพลงรักก้าวเข้ามาในโลกของเขาเต็มตัว งานกาล่าดินเนอร์ของวงการอสังหาริมทรัพย์ที่จัดขึ้นในโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง เธอปรากฏตัวในชุดเดรสยาวสีทองที่เขาสั่งตัดให้โดยเฉพาะ ผ้าซาตินบางเบารัดรูปกับเรือนร่างของเธอ ไหล่ข้างหนึ่งเปิดโล่งเผยให้เห็นผิวเนียนเรียบและกระดูกไหปลาร้าที่งดงาม ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอถูกรวบขึ้นสูง แซมด้วยเครื่องประดับเล็กๆ ที่เข้ากันกับชุด เธอดูสง่างามราวกับนางพญา และเมื่อเธอก้าวลงจากรถที่เขาส่งไปรับ สายตาของทุกคนในงานต่างจับจ้องมาที่เธอ

สิงห์ยืนรออยู่ที่ทางเข้าโรงแรม สูทสีดำสนิทของเขาทำให้เขาดูสูงสง่าและทรงพลัง เขายื่นแขนให้เธอเกาะโดยไม่พูดอะไร เพลงรักมองเขาด้วยสายตาที่ท้าทายเล็กน้อย ก่อนจะวางมือลงบนแขนของเขาอย่างสงบ

“คุณดูดี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม สายตาของเขากวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“ฉันรู้” เธอตอบกลับสั้นๆ พร้อมกับกดรอยยิ้มที่มุมปาก สิงห์หัวเราะในลำคอ เขาชอบความมั่นใจของเธอ ชอบที่เธอไม่เคยเกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย

ตลอดทั้งงาน เพลงรักทำหน้าที่ของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอยิ้มให้แขกที่เข้ามาทักทายด้วยความสุภาพแต่ไม่ประจบ เธอพูดคุยกับนักธุรกิจและเซเลบริตี้ด้วยความฉลาดและมีไหวพริบ สิงห์แอบมองเธอจากระยะไกล เขาสังเกตเห็นสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จ้องเธอนานเกินไป มือของเขากำแก้วไวน์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกๆ ก่อตัวในอกของเขา มันร้อนรุ่มและไม่น่าพอใจ

เมื่อชายคนนั้นเดินเข้าไปใกล้เธอและพยายามวางมือบนไหล่ของเธอ สิงห์วางแก้วลงบนโต๊ะทันที เขาก้าวเข้าไปหาเธอด้วยฝีเท้าที่รวดเร็วแต่สงบ ก่อนที่มือของชายคนนั้นจะสัมผัสเธอได้ เขาก็ยื่นมือไปคว้าแขนของชายคนนั้นไว้

“ผมว่า คุณควรระวังมือของตัวเองให้มากกว่านี้” น้ำเสียงของสิงห์เย็นเยือก ดวงตาของเขาจ้องชายคนนั้นเขม็งจนอีกฝ่ายถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“ขอโทษครับ ผมแค่—” ชายคนนั้นพยายามแก้ตัว แต่สิงห์ตัดบททันควัน

“คุณไปได้แล้ว” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะปล่อยแขนของชายคนนั้น ชายหนุ่มรีบเดินหนีไปด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด เพลงรักหันมองเขาด้วยความประหลาดใจ

“คุณทำแบบนั้นทำไม” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ผสมระหว่างความสงสัยและความไม่พอใจ “ฉันจัดการเองได้”

“ผมรู้ว่าคุณจัดการได้” สิงห์ตอบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “แต่ผมไม่อยากให้ใครแตะต้องคุณ”

เพลงรักนิ่งไปชั่วขณะ คำพูดของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น เธอไม่รู้ว่าควรรู้สึกโกรธหรือประหลาดใจดี แต่แววตาของเขาที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของนั้นทำให้เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน


หลังงานเลี้ยง สิงห์พาเธอมาที่คอนโดของเขา เขาเทวิสกี้ใส่แก้วให้ตัวเองและยื่นน้ำผลไม้ให้เธอ เพลงรักนั่งลงบนโซฟา ขาของเธอไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย เธอมองเขาเงียบๆ ขณะที่เขานั่งลงข้างๆ เธอ

“คุณหึงเหรอ” เธอถามตรงๆ สายตาของเธอจับจ้องเขาโดยไม่หลบ

สิงห์หยุดชะงัก เขาหันมองเธอด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย “ผมแค่ปกป้องสิ่งที่เป็นของผม”

“ฉันไม่ใช่ของใครทั้งนั้น” เธอตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอหนักแน่น “เรามีสัญญากัน คุณจำได้ใช่ไหม”

เขาวางแก้วลงบนโต๊ะ สายตาของเขาจ้องเธอเขม็ง “ผมจำได้ดี แต่คุณทำให้ผมอยากเปลี่ยนสัญญานั้น”

คำพูดของเขาทำให้เพลงรักชะงัก เธอไม่รู้จะตอบอะไร แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร เขาก็โน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ มือของเขายกขึ้นแตะที่แก้มของเธอเบาๆ นิ้วโป้งของเขาลูบไปตามโหนกแก้มของเธออย่างแผ่วเบา

“คุณทำให้ผมรู้สึกอะไรที่ผมไม่เคยรู้สึกมานาน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สายตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย เผยให้เห็นด้านที่เปราะบางที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น

เพลงรักนิ่งไป หัวใจของเธอเต้นแรงจนเธอรู้สึกได้ถึงมัน เธอไม่เคยเห็นด้านนี้ของเขามาก่อน ด้านที่ไม่ใช่แค่ความเย็นชาหรือความมั่นใจ แต่เป็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เธอยกมือขึ้นแตะมือของเขาที่อยู่บนแก้มของเธอ

“เพลงไม่รู้ว่าคุณจริงใจแค่ไหน” เธอพูดเบาๆ ใช้ชื่อตัวเองแทนคำว่า “ฉัน” ตามที่เธอเริ่มรู้สึกสบายใจกับเขา “แต่เพลงจะให้โอกาสคุณพิสูจน์”

สิงห์ยิ้มบางๆ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นจนเธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่กระทบใบหน้า ริมฝีปากของเขาแตะลงบนหน้าผากของเธอเบาๆ เป็นการสัมผัสที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความหมาย


คืนนั้น บนเตียงนอนขนาดใหญ่ในห้องนอนของเขา บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สิงห์ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนของเขา มือของเขาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเธอผ่านผ้าบางๆ ของชุดเดรสสีทองนั้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ ริมฝีปากของเขาค้นหาของเธอด้วยความหิวกระหาย แต่ไม่หยาบกระด้าง มันเป็นจูบที่ลึกซึ้งและร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่ลุกโชติช่วง

เพลงรักตอบรับเขาด้วยความรู้สึกที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ มือของเธอเลื่อนขึ้นไปจับที่ต้นคอของเขา นิ้วเรียวของเธอสอดเข้าไปในเส้นผมสีเข้มของเขา ดึงเข้ามาใกล้มากขึ้น เสียงลมหายใจของทั้งคู่ผสมผสานกันในความเงียบของห้อง แสงจันทร์จากหน้าต่างสาดส่องลงมาบนร่างของทั้งสอง ฉายให้เห็นเงาที่โอบกอดกันอย่างแนบแน่น

“คุณ...” เขากระซิบขณะที่ริมฝีปากของเขาละจากเธอชั่วครู่ ดวงตาของเขามืดลงด้วยความปรารถนา “คุณทำให้ผมเสียการควบคุม”

“เพลงก็ไม่ต่างกัน” เธอตอบเบาๆ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยจากอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขายิ้มให้เธอก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง มือของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปที่ขอบชุดของเธอ ดึงมันขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่สั่นระริก และการสัมผัสของเขาที่ด้านล่าง

ทั้งคู่ปล่อยตัวเองไปกับค่ำคืนนั้น ความร้อนแรงของสัมผัสและความอ่อนโยนที่ผสมผสานกันกลายเป็นบทเพลงแห่งความรู้สึกที่ทั้งสองไม่เคยคาดคิดมาก่อน


เช้าวันต่อมา เพลงรักตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของเขา เธอมองใบหน้าที่หลับสนิทของสิงห์ เขาดูสงบและอ่อนโยนกว่าที่เธอเคยเห็น เธอยกมือขึ้นแตะที่แก้มของเขาเบาๆ หัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอเริ่มรู้สึกดีกับเขา มากกว่าที่สัญญาจะกำหนดไว้

ส่วนสิงห์ เมื่อเขาลืมตาขึ้นและเห็นเธอนอนอยู่ข้างๆ ความรู้สึกเป็นเจ้าของในตัวเขายิ่งชัดเจนขึ้น เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขารู้แล้วว่าเธอไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของสัญญา แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา

บทที่ 4
เกมรักร้อนแรง

แสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องผ่านผ้าม่านบางของห้องพักสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ ห้องสวีทกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีครีมและทองอ่อน โคมไฟระยิบระยับสะท้อนแสงลงบนพื้นหินอ่อนเงาวับ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ลอยคละคลุ้งในอากาศ บรรยากาศทั้งหมดชวนให้รู้สึกถึงความอบอุ่นและความลุ่มลึกที่ไม่อาจต้านทาน

สิงห์ยืนอยู่ตรงระเบียงกระจกบานใหญ่ มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้สีเหลืองอำพัน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นผิวสีน้ำผึ้งของแผงอกกว้าง แสงจันทร์กระทบใบหน้าคมคายของเขา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟด้านล่าง แต่ความคิดของเขากลับวนเวียนอยู่ที่ผู้หญิงเพียงคนเดียว—เพลงรัก

ประตูห้องเปิดออกช้าๆ เสียงส้นรองเท้าสูงกระทบพื้นดังขึ้นเป็นจังหวะ เพลงรักก้าวเข้ามาในชุดเดรสสีมรกตที่ตัดเย็บอย่างประณีต เนื้อผ้าพลิ้วไหวโอบรัดเรือนร่างของเธอราวกับถูกออกแบบมาเพื่อเธอเพียงคนเดียว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกปล่อยสลวยลงมาปรกไหล่ ดวงตาคู่โตของเธอเปล่งประกายด้วยความมั่นใจ แต่มีแววของความสับสนซ่อนอยู่ลึกๆ เธอหยุดยืนตรงกลางห้อง มองไปยังแผ่นหลังกว้างของสิงห์ด้วยสายตาที่ทั้งท้าทายและสงสัย

“คุณเรียกฉันมาทำไมคะ” เธอถาม น้ำเสียงหนักแน่นตามนิสัย แต่แฝงด้วยความระแวงเล็กน้อย “วันนี้ไม่มีงานสังคมไม่ใช่เหรอ”

สิงห์หันกลับมามองเธอช้าๆ ดวงตาของเขาจับจ้องเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก “ผมอยากเห็นคุณ” เขาตอบเรียบๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นมีความลึกซึ้งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “นี่เป็นหนึ่งในสามวันของผมตามสัญญา คุณลืมไปแล้วหรือ”

เพลงรักยกคิ้วขึ้น “ฉันไม่ได้ลืมค่ะ แต่ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ ฉันขอตัวกลับ—” เธอพูดไม่ทันจบ สิงห์ก้าวเข้ามาใกล้เธอในชั่วพริบตา มือของเขาวางลงบนไหล่ของเธอเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ

“อยู่กับผมก่อน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ผมมีของขวัญให้คุณ”

เพลงรักขมวดคิ้ว แต่ก่อนที่เธอจะได้โต้แย้ง เขาเดินไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำจากโต๊ะข้างเตียงแล้วยื่นให้เธอ เธอรับมันมาด้วยความลังเล เปิดออกช้าๆ ข้างในเป็นสร้อยคอทองคำประดับด้วยมรกตเม็ดใหญ่ที่ส่องประกายราวกับดวงดาว เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ

“นี่มัน...” เธอพูดไม่จบ สิงห์ก้าวเข้ามาใกล้อีกครั้ง มือของเขายกสร้อยคอขึ้นแล้วคล้องมันลงบนคอของเธออย่างนุ่มนวล นิ้วของเขาสัมผัสผิวที่ต้นคอของเธอเบาๆ ทำให้เธอรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้วนั้น

“มันเหมาะกับคุณ” เขาพูดพร้อมกับถอยออกมามองเธอ “เหมือนคุณเป็นนางพญาที่เกิดมาเพื่อสวมมัน”

เพลงรักสัมผัสสร้อยคอด้วยปลายนิ้ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุม “ฉันไม่ได้ต้องการของแบบนี้จากคุณ”

“แต่ผมอยากให้” สิงห์ตอบทันควัน สายตาของเขาจ้องเธอเขม็ง “ผมอยากให้ทุกอย่างกับคุณ เพราะคุณสมควรได้มัน”


ความเงียบเข้ามาครอบงำทั้งคู่ชั่วขณะ เพลงรักรู้สึกถึงน้ำหนักของคำพูดของเขา มันไม่ใช่แค่การเปย์ด้วยเงินหรือของขวัญราคาแพง แต่เป็นความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเขา เธอหันไปมองกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เงาสะท้อนของเธอในชุดเดรสสีมรกตและสร้อยคอทองคำทำให้เธอดูสง่างามราวกับราชินี แต่ในใจของเธอกลับสับสน เธอเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าสัญญาที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้

สิงห์ก้าวเข้าไปยืนข้างหลังเธอ มือของเขาค่อยๆ วางลงบนไหล่ของเธออีกครั้ง “คุณสวยมาก” เขากระซิบข้างหูเธอ ลมหายใจอุ่นของเขาสัมผัสผิวที่ข้างคอ ทำให้ขนลุกซู่ขึ้นทั่วร่าง เธอหันหน้ามามองเขา ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะใกล้จนเธอรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของเขา

“คุณกำลังทำอะไร” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความรู้สึกที่พุ่งพล่านในอก

“ผมแค่บอกความจริง” เขาตอบพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขาสัมผัสกับปลายจมูกของเธอ “คุณทำให้ผมคลั่ง คุณรู้ไหม”

ก่อนที่เธอจะได้ตอบอะไร ปากของเขาประกบลงบนปากของเธออย่างอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย เพลงรักตกตะลึงชั่วขณะ แต่ร่างกายของเธอกลับตอบสนองโดยไม่รู้ตัว มือของเธอยกขึ้นแตะที่หน้าอกของเขาเพื่อผลักออก แต่กลับกลายเป็นเกาะแน่นกับเสื้อของเขาแทน จูบนั้นลึกซึ้งและร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน มือของสิงห์เลื่อนลงไปโอบเอวของเธอ ดึงเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างทั้งคู่


ทั้งคู่เคลื่อนตัวไปยังเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าปูสีขาวสะอาดตาโดยไม่รู้ตัว สิงห์ค่อยๆ วางเธอลงอย่างนุ่มนวลราวกับเธอเป็นสมบัติล้ำค่า มือของเขาเลื่อนไปปลดสายเดรสของเธอออกจากไหล่ ผิวเนียนนุ่มของเธอเผยออกมาใต้แสงจันทร์ เขาก้มลงจูบที่ไหปลาร้าของเธอเบาๆ ลมหายใจอุ่นของเขาทำให้เธอตัวสั่นระริก

“คุณ...” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ขาดเป็นห้วง สิงห์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาและความอ่อนโยนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

“บอกผมให้หยุด ถ้าคุณไม่ต้องการ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่เพลงรักไม่ตอบ เธอเพียงจ้องเขาเงียบๆ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกจากอก ความสับสนในใจของเธอปะทะกับความรู้สึกที่พุ่งพล่าน เธอรู้ว่าเธอไม่ควรปล่อยให้มันไปไกลกว่านี้ แต่ร่างกายและหัวใจของเธอกลับปฏิเสธที่จะหยุดเขา

มือของเธอเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอของเขา ดึงเขาลงมาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้จูบของทั้งคู่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม สิงห์เลื่อนมือไปตามแนวโค้งของร่างกายเธออย่างช้าๆ ราวกับกำลังสำรวจทุกส่วนของเธอด้วยความทะนุถนอม ผิวของเธอร้อนผ่าวภายใต้การสัมผัสของเขา เสียงหายใจของทั้งคู่ผสานกันในความเงียบของห้อง กลายเป็นบทเพลงแห่งความปรารถนาที่ไม่มีคำพูดใดๆ

ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันบนเตียง ผ้าปูสีขาวยับย่นภายใต้การเคลื่อนไหวของทั้งสอง สิงห์จูบลงไปตามแนวคอของเธอ ไล่ลงไปจนถึงไหล่และหน้าอก มือของเขาคลายเสื้อของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและผิวสีน้ำผึ้งที่ระยิบระยับด้วยเหงื่อบางๆ เพลงรักยกมือขึ้นสัมผัสแผงอกของเขา หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียงมันดังในหู

“คุณสวยเกินกว่าที่ผมจะต้านทานได้” เขากระซิบข้างหูเธอ มือของเขาเลื่อนไปจับมือของเธอ ประสานนิ้วเข้าด้วยกันแน่น ความร้อนจากร่างกายของเขาผสานเข้ากับความร้อนของเธอ กลายเป็นเปลวไฟที่โหมกระพืออย่างไม่อาจควบคุม

ทั้งคู่หลงอยู่ในห้วงเวลาแห่งความใกล้ชิดนั้น ความรู้สึกของทั้งสองผสานกันราวกับคลื่นที่ซัดเข้าหากันไม่หยุด แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนร่างของทั้งคู่ เงาของพวกเขาเคลื่อนไหวไปตามจังหวะของความรักที่ทั้งร้อนแรงและงดงามราวกับภาพวาดที่ถูกแต่งแต้มด้วยอารมณ์


เมื่อทุกอย่างสงบลง สิงห์โอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ยังคงอบอุ่นด้วยเหงื่อและลมหายใจที่ยังไม่เป็นปกติ เขาจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ “คุณคือทุกอย่างของผม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ

เพลงรักนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา หัวใจของเธอยังเต้นแรง เธอมองไปที่ใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ความสับสนในใจของเธอยิ่งทวีคูณ เธอเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า “สัญญา” เธอกำลังตกหลุมรักเขา และนั่นทำให้เธอกลัว

“เพลงไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง” เธอพูดออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกตัวเองด้วยชื่อเล่นต่อหน้าเขา สิงห์ยิ้มกว้างขึ้น เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่นกว่าเดิม

“ผมจะทำให้คุณรู้” เขาตอบ “เพราะผมไม่ยอมให้คุณหนีผมไปไหน”


คืนนั้น เพลงรักนอนหลับไปในอ้อมกอดของเขา ความรู้สึกของเธอปั่นป่วนราวกับพายุ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนสิงห์มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก เขารู้ว่าเขาคลั่งเธอมากกว่าที่เคยเป็น และเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด

บทที่ 5
อุปสรรคและความท้าทาย

ท้องฟ้าสีเทาหม่นของกรุงเทพฯ ในบ่ายวันหนึ่งถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนหนาที่ยังไม่ระเบิดออกมาเป็นสายน้ำ บรรยากาศในร้านอาหารสุดหรูชั้นบนของตึกระฟ้าแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยความเงียบสงบ แสงจากโคมไฟคริสตัลสะท้อนลงบนโต๊ะอาหารที่ประดับด้วยผ้าปูสีขาวสะอาดตา เพลงรักนั่งอยู่ตรงข้ามสิงห์ในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บเรียบง่ายแต่สง่างาม ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอถูกรวบขึ้นเป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามแต่เต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่โต

สิงห์นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะในสูทสีเทาเข้มที่ดูทรงพลังตามนิสัย เขากำลังตัดสเต๊กในจานด้วยท่าทีสงบ แต่สายตาของเขามองไปที่เธอบ่อยครั้งราวกับพยายามอ่านความรู้สึกของเธอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นหวานชื่นและร้อนแรงเกินกว่าที่เธอเคยคาดคิด แต่ในวันนี้ บางอย่างในใจของเธอกลับรู้สึกหนักอึ้ง

“คุณดูเงียบไปนะ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม สายตาของเขาจับจ้องเธอ “มีอะไรหรือเปล่า”

เพลงรักวางส้อมลงช้าๆ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา “เพลงแค่คิดอะไรนิดหน่อยค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มฝืนๆ “ไม่มีอะไรสำคัญ”

สิงห์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาวางมีดลงแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ “ผมรู้จักคุณดีพอที่จะรู้ว่านั่นไม่ใช่ความจริง” เขาพูด “บอกผมมา เพลงรัก”

เธอกัดริมฝีปากเบาๆ ความลังเลฉายชัดในแววตา แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบอะไร เสียงรองเท้าส้นสูงดังก้องเข้ามาใกล้โต๊ะของทั้งคู่ หญิงสาวในชุดสูทสีแดงเพลิงปรากฏตัวขึ้น ผมสีบลอนด์ยาวสลวยของเธอสะบัดไปตามจังหวะการเดิน ใบหน้าที่สวยคมและเต็มไปด้วยความมั่นใจนั้นทำให้เพลงรักรู้สึกถึงแรงกดดันโดยไม่รู้ตัว

“สิงห์” หญิงสาวคนนั้นเรียกด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม เธอยิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้ามายืนข้างโต๊ะ “ไม่เจอกันนานเลย ฉันคิดถึงคุณมาก”

สิงห์เงยหน้าขึ้นมองเธอ สีหน้าของเขาเรียบเฉยแต่มีแววของความตึงเครียดซ่อนอยู่ “วรินทร์” เขาทักทายสั้นๆ “คุณมาทำอะไรที่นี่”

วรินทร์หัวเราะเบาๆ เสียงนั้นใสและไพเราะจนน่ารำคาญในหูของเพลงรัก “ฉันมาเจอลูกค้าค่ะ แต่เห็นคุณนั่งอยู่ เลยอดไม่ได้ที่จะแวะมาทักทาย” เธอหันไปมองเพลงรักด้วยสายตาที่ประเมิน “แล้วนี่คือ...?”

“เพลงรัก คู่ควงของผม” สิงห์ตอบทันควันโดยไม่ลังเล มือของเขาเลื่อนไปจับมือของเพลงรักที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ วรินทร์ยกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ แต่รอยยิ้มของเธอกลับเย็นลงเล็กน้อย

“คู่ควง?” เธอถามพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “น่าสนใจจัง ฉันจำได้ว่าคุณไม่เคยจริงจังกับใครเลยนี่นา”

เพลงรักกำมือแน่นใต้โต๊ะ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระหว่างความหึงหวงและความไม่มั่นใจ เธอรู้ดีว่าวรินทร์ไม่ใช่แค่คนธรรมดา ความมั่นใจและความสง่างามของผู้หญิงคนนี้บ่งบอกว่าเธอเคยมีความสำคัญในชีวิตของสิงห์ และนั่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก


หลังจากวรินทร์จากไป บรรยากาศในร้านอาหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพลงรักเงียบลงกว่าเดิม เธอจิ้มสลัดในจานด้วยท่าทีที่ดูเหมือนไม่ได้สนใจอะไร แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยคำถาม เธอรู้มาจากเลขาของสิงห์ว่าวรินทร์คืออดีตคนรักของเขา ผู้หญิงที่เคยครองหัวใจของเขาเมื่อหลายปีก่อน และการกลับมาของเธอในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“คุณรู้สึกยังไงกับเธอ” เธอถามออกไปในที่สุด น้ำเสียงของเธอพยายามควบคุมให้ดูปกติ แต่ความสั่นไหวเล็กๆ นั้นซ่อนไว้ไม่ได้

สิงห์วางแก้วไวน์ลงช้าๆ เขามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง “วรินทร์เป็นอดีตของผม และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป” เขาตอบ “คุณไม่ต้องกังวลอะไร”

“เพลงไม่ได้กังวล” เธอพูดอย่างรวดเร็วเกินไป สายตาของเธอหลบไปมองที่อื่น “แค่สงสัยเฉยๆ”

สิงห์จุดรอยยิ้มที่มุมปาก เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งข้างเธอ มือของเขายกขึ้นจับคางของเธอให้หันมามองเขา “คุณหึงผมเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเย้าแหย่และอ่อนโยน

“เพลงไม่หึง” เธอปฏิเสธทันควัน แต่ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมา สิงห์หัวเราะเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

“โกหกไม่เก่งเลยนะ เพลงรัก" เขาพูดก่อนจะโน้มตัวเข้าไปจูบเธอเบาๆ ที่มุมปาก “ผมชอบที่คุณเป็นแบบนี้”


ค่ำคืนนั้น หลังจากกลับมาที่คอนโดสุดหรูของสิงห์ ความตึงเครียดจากเหตุการณ์ในร้านอาหารยังคงลอยอยู่ในอากาศ ห้องนั่งเล่นกว้างขวางถูกประดับด้วยโคมไฟสีเหลืองนวล แสงสะท้อนลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม เพลงรักยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟ หัวใจของเธอยังคงหนักอึ้งด้วยความรู้สึกที่เธอไม่เข้าใจ

สิงห์เดินเข้ามาข้างหลังเธอ มือของเขาค่อยๆ โอบรอบเอวของเธอ ดึงเธอเข้ามาแนบชิดกับร่างกายของเขา “คุณยังคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นอยู่ใช่ไหม” เขาถาม ลมหายใจอุ่นของเขาสัมผัสที่ข้างหูของเธอ

“เพลงแค่...” เธอหยุดพูด หันหน้ามามองเขา “คุณยังรักเธออยู่หรือเปล่า”

สิงห์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มือของเขายกขึ้นประคองใบหน้าของเธอ “ผมรักคุณ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ผมไม่เคยรู้สึกกับใครแบบที่รู้สึกกับคุณมาก่อน วรินทร์เป็นแค่อดีต แต่คุณคือทุกอย่างของผม”

คำพูดของเขาทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว แต่ความสงสัยยังคงฝังลึกอยู่ในใจ เธอไม่ทันได้ตอบอะไร สิงห์โน้มตัวลงจูบเธออย่างเร่าร้อน ปากของเขากดลงบนปากของเธอด้วยความหิวกระหายที่ไม่อาจควบคุม มือของเขาดึงเธอเข้าไปแนบชิดจนเธอรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของเขา


ทั้งคู่เคลื่อนตัวไปยังโซฟากว้างโดยไม่รู้ตัว สิงห์ผลักเธอลงนอนบนเบาะนุ่ม มือของเขาเลื่อนไปปลดสายเดรสของเธอออกจากไหล่ ผิวเนียนนุ่มของเธอเผยออกมาใต้แสงไฟ เขาก้มลงจูบที่ต้นคอของเธอ ลากริมฝีปากลงไปตามแนวไหปลาร้า ลมหายใจร้อนของเขาทำให้เธอตัวสั่นระริก

“คุณเป็นของผม” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ มือของเขาเลื่อนไปตามแนวโค้งของร่างกายเธอ ปลายนิ้วสัมผัสผิวของเธออย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลัง เพลงรักยกมือขึ้นโอบรอบคอของเขา ดึงเขาลงมาจูบเธออีกครั้ง จูบนั้นลึกซึ้งและร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่โหมกระพือ

เสื้อเชิ้ตของสิงห์ถูกคลายออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและผิวสีน้ำผึ้งที่ระยิบระยับด้วยเหงื่อบางๆ มือของเธอสัมผัสแผงอกของเขา หัวใจของเขเต้นแรงภายใต้ฝ่ามือของเธอ เขาดึงเธอขึ้นมานั่งบนตักของเขา ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียว

“บอกผมว่าคุณรู้สึกยังไง” เขาพูดพร้อมกับจูบลงไปที่หน้าอกของเธอ มือของเขาคล้องไปรอบเอวของเธอแน่น เพลงรักหายใจหอบ เธอพยายามหาคำตอบในใจ แต่ความรู้สึกที่พุ่งพล่านทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก

“เพลง...” เธอเริ่มพูด แต่หยุดลงเมื่อเขาดึงเธอลงไปจูบอีกครั้ง ร่างของทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของความปรารถนา ผิวของเธอร้อนผ่าวภายใต้การสัมผัสของเขา เสียงหายใจของทั้งสองผสานกันในความเงียบของห้อง กลายเป็นบทเพลงแห่งความรักที่ทั้งร้อนแรงและเปราะบาง

แสงจากโคมไฟสาดส่องลงมาบนร่างของทั้งคู่ เงาของพวกเขาเคลื่อนไหวไปตามจังหวะที่เร่าร้อนและลึกซึ้ง สิงห์กอดเธอแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป มือของเขาประสานกับมือของเธอ ความร้อนจากร่างกายของทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง


เมื่อทุกอย่างสงบลง สิงห์โอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนบนโซฟา ร่างของทั้งคู่ยังคงอบอุ่นด้วยเหงื่อและลมหายใจที่ยังไม่เป็นปกติ เขาจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งคุณไปจากผม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและเด็ดขาด

เพลงรักนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา หัวใจของเธอยังเต้นแรง เธอมองไปที่ใบหน้าของเขา ความรู้สึกของเธอปั่นป่วนระหว่างความรักและความสงสัย เธออยากเชื่อคำพูดของเขา แต่ภาพของวรินทร์และรอยยิ้มเยาะเย้ยของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

“คุณรักเพลงจริงๆ หรือ” เธอถามออกมาเบาๆ สิงห์นิ่งไปชั่วขณะก่อนจะกอดเธอแน่นขึ้น

“ผมพิสูจน์ให้คุณเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ” เขาตอบ แต่คำตอบนั้นกลับไม่ทำให้ความสงสัยในใจของเธอหายไป เธอปิดตาลงช้าๆ ความรู้สึกที่พุ่งพล่านในอกทำให้เธอไม่แน่ใจว่าเธอจะเชื่อใจเขาได้มากแค่ไหน


คืนนั้น เพลงรักนอนหลับไปในอ้อมกอดของเขา แต่ความไม่มั่นใจยังคงฝังลึกอยู่ในใจ ส่วนสิงห์มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความกังวล เขารู้ว่าอุปสรรคเพิ่งเริ่มต้น และเขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาเธอไว้

บทที่ 6
บทพิสูจน์รักแท้

แสงตะวันยามเย็นสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของคอนโดมิเนียมสุดหรูของสิงห์ ท้องฟ้าสีส้มทองถูกแต่งแต้มด้วยเส้นสายของเมฆบางๆ ห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางถูกประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบหรู โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ข้างๆ มีโต๊ะกระจกที่วางแจกันดอกลิลลี่สีขาวสะอาดตา บรรยากาศเงียบสงบ แต่ในใจของเพลงรักกลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วน

เธอยืนอยู่ตรงหน้าต่าง มองออกไปยังเมืองที่กำลังค่อยๆ สว่างไสวด้วยแสงไฟยามค่ำ วันนี้เป็นวันที่เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของความสัมพันธ์นี้มากกว่าที่เคย วรินทร์ อดีตคนรักของสิงห์ กลับเข้ามาในชีวิตของเขาอย่างไม่ลดละ เธอโทรหาเขาแทบทุกวัน ส่งข้อความด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความหวานชื่นและความทรงจำเก่าๆ เพลงรักพยายามทำตัวเข้มแข็ง แต่ทุกครั้งที่เห็นชื่อของวรินทร์ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของสิงห์ หัวใจของเธอก็เหมือนถูกบีบแน่น

สิงห์เดินเข้ามาในห้อง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ม้วนแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ใบหน้าคมคายของเขาดูตึงเครียดเล็กน้อย เขาหยุดยืนห่างจากเธอไม่กี่ก้าว มือของเขาล้วงกระเป๋ากางเกงราวกับกำลังหาคำพูดที่เหมาะสม

“คุณเงียบทั้งวันเลย” เขาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม “มีอะไรหรือเปล่า”

เพลงรักหันมามองเขา ดวงตาคู่โตของเธอเต็มไปด้วยคำถามที่เธอไม่กล้าถามออกไปตรงๆ “เพลงรักแค่เหนื่อยค่ะ” เธอตอบเบาๆ สายตาของเธอหลบไปมองที่พื้น “คุณล่ะคะ วันนี้ยุ่งมากไหม”

สิงห์ก้าวเข้าไปใกล้เธอ มือของเขายกขึ้นแตะไหล่ของเธอเบาๆ “ผมรู้ว่าคุณไม่สบายใจ” เขาพูด “เรื่องวรินทร์ใช่ไหม”

เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้นจากปากของเขา เธอหันหน้ามามองเขาด้วยสายตาที่ทั้งโกรธและเจ็บปวด “เพลงไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง” เธอพูดออกมาในที่สุด “เธอโทรหาคุณทุกวัน มาหาคุณที่ออฟฟิศ คุณบอกว่าเธอเป็นอดีต แต่ทำไมมันดูเหมือนเธอยังมีที่ในชีวิตคุณอยู่”

สิงห์ถอนหายใจยาว เขาดึงเธอเข้ามากอดอย่างนุ่มนวล หัวของเธอซบลงบนอกของเขา เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นสม่ำเสมอ “ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ชัดเจน” เขากระซิบ “คุณรอผมได้ไหม”


ค่ำวันนั้น สิงห์นัดพบกับวรินทร์ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ใกล้ตึกสำนักงานของเขา บรรยากาศในร้านเงียบสงบ กลิ่นหอมของกาแฟคั่วลอยคละคลุ้ง วรินทร์นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งในชุดเดรสสีแดงที่ตัดเย็บอย่างประณีต ผมสีบลอนด์ของเธอถูกปล่อยสลวยลงมา เธอยิ้มกว้างเมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามา

“ดีใจที่คุณยอมมาเจอฉัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวาน “ฉันรู้ว่าคุณยุ่ง แต่ฉันอยากคุยกับคุณจริงๆ”

สิงห์นั่งลงตรงข้ามเธอ สีหน้าของเขาเรียบเฉย “พูดมาเลย วรินทร์ คุณต้องการอะไร”

เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้เขา มือของเธอยื่นไปแตะมือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ “ฉันอยากให้เราเริ่มต้นใหม่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง “เราเคยมีความสุขด้วยกัน คุณจำได้ไหม สิงห์ ฉันรู้ว่าฉันเคยทำผิด แต่ฉันเปลี่ยนไปแล้ว”

สิงห์ดึงมือออกจากสัมผัสของเธอช้าๆ สายตาของเขาจ้องเธอเขม็ง “ผมจำได้” เขาตอบ “แต่สิ่งที่คุณพูดมันเป็นแค่ความทรงจำ ไม่ใช่อนาคตของผม”

วรินทร์ขมวดคิ้ว “แล้วเด็กคนนั้นล่ะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งขึ้น “เธอคืออะไรสำหรับคุณ แค่ของเล่นชั่วคราว?”

“เธอไม่ใช่ของเล่น” สิงห์พูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “เธอคือคนที่ผมรัก และผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้เธอต้องเจ็บปวด รวมถึงคุณด้วย”

วรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ รอยยิ้มของเธอค่อยๆ จางลง “คุณจริงจังกับเธอขนาดนั้นเลยเหรอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

“จริงจัง” เขาตอบโดยไม่ลังเล “ผมเลือกเธอ วรินทร์ และผมขอให้คุณหยุดทุกอย่าง ถ้าคุณยังเคารพผมอยู่บ้าง”

เธอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ ฉันจะไป” เธอพูดก่อนจะเดินออกจากร้านไป เงาของเธอค่อยๆ หายไปในความมืดของค่ำคืน


สิงห์กลับมาที่คอนโดด้วยความรู้สึกโล่งใจ เขาเห็นเพลงรักนั่งอยู่บนโซฟา เธอกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง แต่สายตาของเธอว่างเปล่าราวกับไม่ได้จดจ่อกับตัวอักษร เขาเดินเข้าไปนั่งข้างเธอ ดึงหนังสือออกจากมือของเธอแล้ววางลงบนโต๊ะ

“ผมจัดการเรื่องวรินทร์เรียบร้อยแล้ว” เขาพูด “เธอจะไม่มากวนคุณอีก”

เพลงรักเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “คุณทำอะไร” เธอถาม

“ผมบอกเธอไปว่า ผมรักคุณ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “และผมเลือกคุณ คุณคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตผม”

น้ำตาคลอในดวงตาของเพลงรัก เธอไม่รู้จะพูดอะไร หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่พุ่งพล่าน “เพลงกลัว” เธอพูดออกมาในที่สุด “กลัวว่าคุณจะเปลี่ยนใจ”

สิงห์ดึงเธอเข้ามากอดแน่น “ผมจะไม่เปลี่ยนใจ” เขากระซิบ “แต่มีบางอย่างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับผม”

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา “อะไรคะ”

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มเล่า “เมื่อสิบปีก่อน ผมเคยมีครอบครัว” น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “ผมมีน้องสาวที่ผมรักมาก เธอชื่อวรัญญา เธอป่วยหนัก และผมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอ แต่สุดท้ายผมก็เสียเธอไป วรินทร์เป็นคนที่อยู่กับผมในตอนนั้น แต่เธอทิ้งผมไปเมื่อผมต้องการเธอที่สุด หลังจากนั้น ผมปิดใจ ไม่ให้ใครเข้ามา เพราะผมกลัวการสูญเสียอีกครั้ง”

เพลงรักนิ่งเงียบ เธอมองเขาเงียบๆ น้ำตาคลอในดวงตาของเธอ “ทำไมคุณไม่เคยบอกเพลง” เธอถามเบาๆ

“เพราะผมกลัว” เขาตอบ “กลัวว่าคุณจะมองผมเป็นคนอ่อนแอ แต่เมื่อผมเจอคุณ ผมรู้ว่าผมอยากเริ่มต้นใหม่ ผมอยากปกป้องคุณ อยากให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม”

น้ำตาของเพลงรักไหลลงมา เธอยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเขา “เพลงไม่เคยมองว่าคุณอ่อนแอ” เธอพูด “เพลงแค่ต้องการรู้ว่าคุณรักเพลงจริงๆ”

สิงห์ยิ้ม เขาดึงเธอเข้ามาจูบอย่างนุ่มนวล จูบนั้นเต็มไปด้วยความรักและความมั่นคง “ผมรักคุณ” เขากระซิบ “และผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นไปตลอดชีวิต”


คืนนั้น ทั้งคู่นั่งกอดกันอยู่บนโซฟา แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง เพลงรักซบอกของเขา หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความอบอุ่น เธอรู้สึกได้ถึงความจริงใจของเขา และความสงสัยในใจของเธอค่อยๆ จางหายไป

สิงห์ลูบผมของเธอเบาๆ สายตาของเขามองเธอด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขารู้ว่าเธอคือคนที่เขาจะปกป้องไปตลอดชีวิต และเขาจะไม่ยอมให้อะไรมาทำลายความรักนี้ได้อีก

บทที่ 7
ความปัญหาและการเข้าใจผิด

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องซ้อมละครในมหาวิทยาลัย เพลงรักยืนอยู่กลางห้องในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบง่ายกับกางเกงยีนส์ ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอถูกรวบเป็นหางม้าสูง เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอกำลังฝึกซ้อมบทละครกับกลุ่มเพื่อนนักศึกษาในคณะศิลปะการแสดง บทที่เธอได้รับเป็นนางเอกของเรื่อง—ตัวละครที่ต้องเผชิญกับความรักและความขัดแย้ง ซึ่งสะท้อนชีวิตจริงของเธอในตอนนี้อย่างน่าประหลาด

“เพลงรัก ลองใส่อารมณ์เพิ่มอีกนิดสิ” เพื่อนชายคนหนึ่งชื่อ “กันต์” พูดขึ้น เขายืนอยู่ข้างเธอในชุดลำลอง มือของเขายกขึ้นแตะไหล่ของเธอเบาๆ เพื่อแนะนำท่าทางการแสดง กันต์เป็นนักศึกษาปี 4 ที่มีชื่อเสียงในคณะ เขาหล่อเหลาและมีเสน่ห์แบบเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลัง เพลงรักพยักหน้ารับ เธอยิ้มให้เขาก่อนจะเริ่มเข้าบทอีกครั้ง

“ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาบงการชีวิตฉัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น สายตาของเธอจ้องไปที่กันต์ราวกับเขาคือตัวละครในเรื่อง มือของเขายกขึ้นแตะแก้มของเธอตามบท เป็นฉากที่ตัวละครทั้งสองต้องเผชิญหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

ขณะที่เธอกำลังเข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร ประตูห้องซ้อมถูกเปิดออกอย่างแรง สิงห์ก้าวเข้ามาในชุดสูทสีกรมท่าที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าคมคายของเขาดูตึงเครียด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องไปที่ภาพตรงหน้า—มือของกันต์ที่ยังแตะอยู่บนแก้มของเพลงรัก และรอยยิ้มที่เธอมอบให้เขา หัวใจของสิงห์เหมือนถูกบีบแน่นด้วยความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน—ความหึงหวง

“เพลงรัก” เขาเรียกด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเด็ดขาด สายตาของเขาจ้องเธอเขม็ง เพลงรักสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ

“คุณสิงห์?” เธอถาม “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ”

“ผมมาเยี่ยมคุณ” เขาตอบสั้นๆ แต่สายตาของเขาหันไปมองกันต์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างเธอ “แล้วนี่คืออะไร”

กันต์ถอยออกไปหนึ่งก้าว เขายกมือขึ้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ “ผมแค่ช่วยเพลงรักซ้อมบทครับ ไม่มีอะไร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามสงบ แต่สิงห์ไม่ฟัง เขาก้าวเข้าไปใกล้เพลงรัก มือของเขาจับข้อมือของเธอแล้วดึงเธอออกจากห้องทันที โดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ ที่มองตามด้วยความงุนงง


ในรถยนต์ส่วนตัวของสิงห์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพลงรักนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มือของเธอกำแน่นบนตัก สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความโกรธและความสับสน

“คุณทำแบบนั้นทำไม” เธอถามในที่สุด น้ำเสียงของเธอแข็งขึ้น “เพลงรักแค่ซ้อมละคร คุณไม่มีสิทธิ์มาดึงเพลงรักออกมาแบบนั้น”

สิงห์กำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วของเขาขาวซีด “ผมเห็นเขาแตะใบหน้าคุณ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและเย็นชา “คุณยิ้มให้เขา คุณคิดว่าผมจะรู้สึกยังไง”

“มันเป็นแค่การแสดง!” เธอโต้กลับ สายตาของเธอหันมาจ้องเขา “คุณไม่ไว้ใจเพลงเลยเหรอ”

“ผมไว้ใจคุณ” เขาพูด “แต่ผมไม่ไว้ใจคนอื่น โดยเฉพาะผู้ชายที่มองคุณแบบนั้น”

เพลงรักนิ่งไปชั่วขณะ ความโกรธในใจของเธอปะปนกับความรู้สึกเจ็บปวด เธอรู้ว่าสิงห์รักเธอ แต่การที่เขาแสดงออกแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกควบคุม “เพลงไม่ใช่ของของคุณคนเดียว” เธอพูดเบาๆ “เพลงมีชีวิตของตัวเอง”

คำพูดของเธอเหมือนมีดที่กรีดลงไปในใจของเขา สิงห์เงียบลง เขาขับรถต่อไปจนถึงคอนโดของเขาโดยไม่พูดอะไรอีก


เมื่อทั้งคู่มาถึงห้องนั่งเล่นของคอนโด สิงห์ปิดประตูอย่างแรงจนเกิดเสียงดังก้อง เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ปะปนกัน—ความโกรธ ความหึงหวง และความปรารถนา เพลงรักยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สายตาของเธอท้าทายเขา

“คุณจะทำอะไร” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย แต่ยังคงแข็งแกร่ง

สิงห์ก้าวเข้าไปใกล้เธอในชั่วพริบตา มือของเขายกขึ้นประคองใบหน้าของเธอ “ผมทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นคุณกับคนอื่น” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและสั่นเครือ “คุณเป็นของผม คุณเข้าใจไหม”

ก่อนที่เธอจะได้ตอบอะไร ปากของเขากดลงบนปากของเธอด้วยความเร่าร้อนที่ไม่อาจต้านทานได้ จูบนั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหายและความเป็นเจ้าของ มือของเขาดึงเธอเข้ามาแนบชิดจนเธอรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของเขา เพลงรักพยายามผลักเขาออกในตอนแรก แต่ความรู้สึกที่พุ่งพล่านในอกทำให้เธอยอมจำนน มือของเธอเกาะแน่นที่ไหล่ของเขา หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกจากอก


ทั้งคู่เคลื่อนตัวไปยังโซฟากว้างกลางห้อง สิงห์ผลักเธอลงนอนบนเบาะนุ่ม มือของเขาเลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่ระยิบระยับด้วยเหงื่อบางๆ เขาก้มลงจูบที่คอของเธอ ลากริมฝีปากลงไปตามแนวไหปลาร้า ลมหายใจร้อนของเขาทำให้ผิวของเธอร้อนผ่าวและสั่นระริก

“คุณทำให้ผมคลั่ง” เขากระซิบข้างหูเธอ มือของเขาเลื่อนไปตามแนวโค้งของร่างกายเธอ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนียนนุ่มของเธออย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลัง เพลงรักหายใจหอบ เธอยกมือขึ้นโอบรอบคอของเขา ดึงเขาลงมาจูบเธออีกครั้ง จูบนั้นลึกซึ้งและร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่โหมกระพือ

เสื้อของเธอถูกเลื่อนออกจากไหล่ช้าๆ ผิวสีน้ำผึ้งของเธอเผยออกมาใต้แสงไฟนวลของห้อง สิงห์จูบลงไปตามแนวไหล่ของเธอ มือของเขาคล้องไปรอบเอวของเธอ ดึงเธอขึ้นมานั่งบนตักของเขา ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียว เธอรู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาภายใต้ฝ่ามือของเธอ หัวใจของเขเต้นแรงราวกับจะสอดประสานกับจังหวะของเธอ

“บอกผมว่าคุณเป็นของผม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและเด็ดขาด มือของเขาประสานกับมือของเธอแน่น เพลงรักมองเข้าไปในดวงตาของเขา ความโกรธและความสับสนในใจของเธอถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปฏิเสธ

“เพลง...” เธอเริ่มพูด แต่หยุดลงเมื่อเขาก้มลงจูบที่หน้าอกของเธอ ร่างของทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของความรักที่ร้อนแรงและลึกซึ้ง ผิวของเธอร้อนผ่าวภายใต้การสัมผัสของเขา เสียงหายใจของทั้งสองผสานกันในความเงียบของห้อง กลายเป็นบทเพลงแห่งความปรารถนาที่ไม่มีคำพูดใดๆ

แสงจากโคมไฟสาดส่องลงมาบนร่างของทั้งคู่ เงาของพวกเขาเต้นระริกไปตามจังหวะที่เร่าร้อนและเปราะบาง สิงห์กอดเธอแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป ความร้อนจากร่างกายของทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ห้วงเวลาแห่งความใกล้ชิดนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ทั้งหวานซึ้งและดิบเถื่อน


เมื่อทุกอย่างสงบลง สิงห์โอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนบนโซฟา ร่างของทั้งคู่ยังคงอบอุ่นด้วยเหงื่อและลมหายใจที่ยังไม่เป็นปกติ เขาจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ “ผมขอโทษ” เขากระซิบ “ผมแค่กลัวจะเสียคุณ”

เพลงรักนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา หัวใจของเธอยังเต้นแรง เธอมองไปที่ใบหน้าของเขา ความหึงหวงของเขาในวันนี้ทำให้เธอรู้สึกทั้งโกรธและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน “เพลงเข้าใจ” เธอพูดเบาๆ “แต่ต่อไปคุณต้องไว้ใจเพลงบ้าง”

สิงห์ยิ้ม เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่นกว่าเดิม “ผมจะพยายาม” เขาสัญญา “เพราะคุณคือทุกอย่างของผม”


คืนนั้น ทั้งคู่นอนกอดกันบนโซฟา แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง เพลงรักซบอกของเขา หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอรู้ว่าเขารักเธอ แต่ความเข้าใจผิดในวันนี้ทำให้เธอตระหนักว่าความรักของพวกเขายังต้องเผชิญกับบททดสอบอีกมาก ส่วนสิงห์มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก เขารู้ว่าเขาต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมความหึงหวงของตัวเอง เพื่อรักษาคนที่เขารักที่สุดไว้

บทที่ 8
หวานละมุนบทรักเร่าร้อน

แสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องนอนในคอนโดสุดหรูของสิงห์ ผ้าม่านสีครีมบางเบาพลิ้วไหวตามสายลมอ่อนๆ ที่พัดเข้ามา ห้องถูกประดับด้วยโคมไฟทองเหลืองที่ให้แสงนวลตา สร้างบรรยากาศอบอุ่นและลุ่มลึก เตียงนอนขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าปูสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิจากเทียนหอมที่จุดไว้ลอยคละคลุ้งในอากาศ ทุกอย่างในคืนนี้ดูเหมือนถูกจัดวางเพื่อให้เป็นค่ำคืนแห่งการเยียวยาและความรัก

สิงห์ยืนอยู่ตรงขอบเตียงในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมสองเม็ดบน เผยให้เห็นผิวสีน้ำผึ้งของแผงอกกว้าง เขามองไปที่เพลงรักที่นั่งอยู่บนเตียงในชุดนอนผ้าซาตินสีงาช้างที่บางเบา ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอถูกปล่อยสลวยลงมาปรกไหล่ ดวงตาคู่โตของเธอเปล่งประกายด้วยความอ่อนโยนที่หาได้ยาก หลังจากความเข้าใจผิดเมื่อวันก่อน ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะเปิดใจและปรับความเข้าใจใหม่ และคืนนี้คือจุดเริ่มต้นของความหวานชื่นที่กลับมาอีกครั้ง

“คุณยังโกรธผมอยู่ไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม สายตาของเขาจ้องเธอด้วยความจริงใจ เพลงรักจุดรอยยิ้มที่มุมปาก เธอส่ายหัวช้าๆ

“เพลงไม่โกรธแล้วค่ะ” เธอตอบ “เพลงแค่อยากให้คุณไว้ใจเพลงมากกว่านี้”

สิงห์ก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างเธอ มือของเขายกขึ้นแตะแก้มของเธอเบาๆ “ผมสัญญา” เขาพูด “ผมจะไม่ปล่อยให้ความหึงหวงมาทำร้ายคุณอีก คุณคือคนที่ผมรักที่สุด”

คำพูดของเขาทำให้หัวใจของเธออบอุ่น เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้เขา มือของเธอวางลงบนอกของเขา รู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งภายใต้เนื้อผ้า “เพลงก็รักคุณ” เธอกระซิบ ก่อนที่ปากของเธอจะสัมผัสกับปากของเขา จูบนั้นเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลและอ่อนหวานราวกับสายลมที่พัดผ่านทุ่งดอกไม้


สิงห์ตอบรับจูบของเธอด้วยความอ่อนโยน มือของเขาค่อยๆ โอบรอบเอวของเธอ ดึงเธอเข้ามานั่งบนตักของเขา ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างลงตัว ปากของเขาคลอเคลียกับปากของเธอช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรสความหวานจากน้ำผึ้งที่ละลายในปาก ลมหายใจของทั้งสองเริ่มถี่ขึ้น ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาซึมซาบเข้าสู่ผิวของเธอ

“คุณสวยเหลือเกิน” เขากระซิบข้างหูเธอ มือของเขาเลื่อนไปตามแนวโค้งของหลังเธอ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของชุดนอน เขาค่อยๆ เลื่อนสายชุดนอนลงจากไหล่ของเธอ ผิวสีน้ำผึ้งของเธอเผยออกมาใต้แสงจันทร์ ระยิบระยับราวกับอัญมณี เขาก้มลงจูบที่ไหล่ของเธอเบาๆ ลากริมฝีปากไปตามแนวคอของเธออย่างนุ่มนวล

เพลงรักตัวสั่นระริกภายใต้สัมผัสของเขา เธอยกมือขึ้นลูบผมของเขา ดึงเขาขึ้นมาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้จูบของทั้งคู่ลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้น ปากของเขาคลอเคลียกับปากของเธอด้วยจังหวะที่ช้าแต่เต็มไปด้วยพลัง ราวกับกำลังร่ายมนต์แห่งความรัก มือของเธอเลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อของเขาออกช้าๆ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและผิวที่ร้อนผ่าวของเขา

สิงห์ผลักเธอลงนอนบนเตียงอย่างนุ่มนวล ร่างของเขาทาบทับลงบนร่างของเธอ มือของเขาคล้องไปรอบเอวของเธอ ดึงชุดนอนของเธอขึ้นจนเผยให้เห็นเรือนร่างที่งดงาม เขาก้มลงจูบที่หน้าอกของเธอ ลมหายใจอุ่นของเขาทำให้ผิวของเธอร้อนผ่าวและขนลุกซู่ เสียงหายใจของเธอขาดเป็นห้วงเมื่อเขาคลอเคลียลงไปตามแนวท้องแบนราบของเธอ

“ผมรักทุกส่วนของร่างคุณ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและเร่าร้อน มือของเขาประสานกับมือของเธอแน่น ฝ่ามือของทั้งคู่ร้อนรุ่มราวกับถูกหลอมรวมกันด้วยเปลวไฟแห่งความรัก เพลงรักมองเข้าไปในดวงตาของเขา ดวงตาคู่สวยของเธอเต็มไปด้วยความรักและความไว้วางใจ

“เพลงก็รักคุณ” เธอกระซิบก่อนจะดึงเขาลงมาจูบเธออีกครั้ง ร่างของทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของความรักที่ทั้งอ่อนหวานและลึกซึ้ง ผิวของเธอร้อนผ่าวภายใต้การสัมผัสของเขา เขาคลอเคลียไปตามทุกส่วนของร่างกายเธอราวกับกำลังวาดภาพแห่งความรักด้วยปลายนิ้ว


ทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งบนเตียงกว้าง ผ้าปูสีขาวยับย่นภายใต้การเคลื่อนไหวของทั้งสอง สิงห์โอบกอดเธอแน่น ร่างของเขาทาบทับร่างของเธออย่างลงตัว เขาจูบที่หน้าผากของเธอ ไล่ลงมาที่ดวงตา จมูก และปากของเธอ ความร้อนจากร่างกายของทั้งสองผสานกันราวกับคลื่นที่ซัดเข้าหากันไม่หยุด

“คุณคือโลกทั้งใบของผม” เขากระซิบข้างหูเธอ มือของเขาเลื่อนไปจับมือของเธอ ประสานนิ้วเข้าด้วยกันแน่น เขาคลอเคลียไปตามแนวคอของเธอ ลมหายใจของเขาทำให้เธอตัวสั่นด้วยความรู้สึกที่พุ่งพล่าน เพลงรักโอบรอบคอของเขา ร่างของเธอโค้งรับกับร่างของเขา ราวกับทั้งคู่ถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน

แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนร่างของทั้งคู่ เงาของพวกเขาเคลื่อนไหวไปตามจังหวะของความรักที่ทั้งหวานซึ้งและร้อนแรง ห้องเงียบสงบมีเพียงเสียงหายใจและเสียงกระซิบแห่งความรักที่ดังก้องอยู่ในหูของทั้งสอง สิงห์กอดเธอแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะละลายหายไป ความรักของเขาถูกถ่ายทอดผ่านทุกการสัมผัส ทุกจูบ และทุกการเคลื่อนไหว


เมื่อทุกอย่างสงบลง สิงห์โอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ยังคงอบอุ่นด้วยเหงื่อบางๆ และลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลง เขาจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ “ผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจอีก” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นคง

เพลงรักซบลงบนอกของเขา เธอมองไปที่ใบหน้าของเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “เพลงเชื่อคุณ” เธอตอบ “เพลงอยากอยู่กับคุณแบบนี้ตลอดไป”

สิงห์ยิ้มกว้าง เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของทั้งคู่ “ผมจะทำให้มันเป็นแบบนั้น” เขาสัญญา มือของเขาลูบผมของเธอเบาๆ สายตาของเขามองเธอด้วยความรักที่ลึกซึ้ง


คืนนั้น ทั้งคู่นอนกอดกันใต้แสงจันทร์ หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความเข้าใจผิดในอดีตถูกแทนที่ด้วยความหวานชื่นและความไว้วางใจ เพลงรักรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แท้จริงจากเขา และสิงห์รู้ว่าเธอคือคนที่เขาจะรักและปกป้องไปตลอดชีวิต ความรักของทั้งคู่ในคืนนี้ไม่เพียงแค่ร้อนแรง แต่ยังเต็มไปด้วยความอ่อนหวานที่ทำให้หัวใจของทั้งสองหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์

บทที่ 9
บทสรุปแห่งความสุข

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงบนทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าลอยคละคลุ้งในอากาศ สถานที่จัดงานแต่งงานกลางแจ้งในรีสอร์ทส่วนตัวที่สิงห์เป็นเจ้าของถูกตกแต่งอย่างงดงาม ซุ้มดอกไม้สีขาวประดับด้วยลิลลี่และกุหลาบตัดกับผ้าสีครีมที่พลิ้วไหวตามสายลม โต๊ะกลมที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบถูกคลุมด้วยผ้าปูสีขาวสะอาดตา แขกผู้มีเกียรติจำนวนไม่มาก—ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสนิทและครอบครัว—นั่งรอด้วยรอยยิ้มและความตื่นเต้น

เพลงรักยืนอยู่หลังฉากผ้าสีขาวที่จัดไว้สำหรับเจ้าสาว เธอสวมชุดแต่งงานสีงาช้างที่ตัดเย็บอย่างประณีต ผ้าชีฟองบางเบาพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหวของเธอ ช่วงเอวถูกคาดด้วยเข็มขัดประดับคริสตัลที่ระยิบระยับ ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอถูกรวบเป็นมวยหลวมๆ ประดับด้วยมงกุฎดอกไม้เล็กๆ ดวงตาคู่โตของเธอเปล่งประกายด้วยความสุขที่ไม่อาจซ่อนได้ เธอมองตัวเองในกระจกด้วยรอยยิ้มบางๆ หัวใจของเธอเต้นแรง ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น แต่เพราะความแน่ใจว่าเธอกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่เธอรักอย่างแท้จริง

ประตูฉากถูกเปิดออกช้าๆ เสียงเปียโนบรรเลงเพลงรักหวานซึ้งดังขึ้นเป็นสัญญาณ เพลงรักก้าวออกมาด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา แขกทุกคนหันมามองเธอด้วยความทึ่ง แต่สายตาของเธอจับจ้องไปที่ผู้ชายเพียงคนเดียว—สิงห์

เขายืนอยู่ปลายทางเดินที่ปูด้วยกลีบกุหลาบ สวมทักซิโด้สีดำที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน ใบหน้าคมคายของเขาดูอ่อนโยนกว่าที่เคย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาจ้องเธอด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ เขายื่นมือออกไปให้เธอ มือของทั้งคู่สัมผัสกัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย

“คุณสวยที่สุดในโลก” เขากระซิบเบาๆ ขณะที่เธอยืนเคียงข้างเขา เพลงรักยิ้มกว้าง เธอบีบมือของเขาเบาๆ เป็นคำตอบ

พิธีเริ่มต้นด้วยคำกล่าวของผู้ดำเนินงานแต่งงาน คำสาบานถูกกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจจากทั้งคู่ สิงห์มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ผมสัญญาว่าจะรักและดูแลคุณตลอดไป ไม่ว่าชีวิตจะพาเราไปทางไหน คุณคือบ้านของผม” เขาพูด

เพลงรักน้ำตาคลอ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกล่าวตอบ “เพลงสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างคุณ จะเป็นแสงสว่างให้คุณในวันที่มืดมิด และจะรักคุณด้วยหัวใจทั้งหมดของเพลง” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยพลัง

เมื่อถึงช่วงแลกแหวน สิงห์สวมแหวนทองคำประดับเพชรเม็ดเล็กๆ ลงบนนิ้วของเธอ มือของเขาสั่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้น เขายิ้มกว้างเมื่อเธอสวมแหวนให้เขาเช่นกัน “ผมรักคุณ” เขากระซิบ ก่อนที่ผู้ดำเนินงานจะประกาศให้ทั้งคู่จูบกัน

ปากของสิงห์สัมผัสปากของเธอด้วยความนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความรัก เสียงปรบมือดังก้องจากแขกผู้ร่วมงาน จูบนั้นสั้นแต่ลึกซึ้งราวกับเป็นการผนึกคำสัญญาของทั้งคู่ เพลงรักโอบกอดเขาแน่น หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสุขที่ไม่อาจบรรยาย


หลังพิธี งานเลี้ยงจัดขึ้นในสวนด้านนอก แสงไฟจากโคมระย้าสีเหลืองนวลส่องสว่างทั่วบริเวณ ดนตรีแจ๊สเบาๆ บรรเลงคลอไปกับเสียงหัวเราะและการสนทนา สิงห์และเพลงรักเต้นรำด้วยกันเป็นคู่แรกบนลานเต้นรำกลางแจ้ง เขาโอบเอวของเธอแน่น มือของเธอวางลงบนไหล่ของเขา ทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลงอย่างกลมกลืน

“คุณเชื่อไหมว่าวันนี้จะมาถึง” เธอถามด้วยรอยยิ้ม สิงห์หัวเราะเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความสุข

“ผมเชื่อตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณ” เขาตอบ “ผมรู้ว่าคุณคือคนที่ผมจะใช้ชีวิตด้วย”

เพลงรักซบหน้าลงบนอกของเขา “เพลงดีใจที่เราเดินมาถึงจุดนี้” เธอกระซิบ “จากสัญญาแปลกๆ กลายมาเป็นความรักที่แท้จริง”

สิงห์ยิ้ม เขาก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอ “ผมไม่เคยเสียใจที่ยื่นข้อเสนอนั้นให้คุณ” เขาพูด “เพราะมันพาผมมาพบกับภรรยาของผม”

ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน ความอบอุ่นจากร่างกายของกันและกันทำให้ค่ำคืนนี้สมบูรณ์แบบ


เมื่อแขกเริ่มทยอยกลับ สิงห์พาเพลงรักไปที่วิลล่าส่วนตัวในรีสอร์ทที่จัดไว้สำหรับคืนแรกของทั้งคู่ ห้องนอนกว้างขวางถูกประดับด้วยกลีบกุหลาบสีแดงบนเตียง แสงเทียนนับสิบเล่มส่องสว่างทั่วห้อง กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยลอยคละคลุ้ง สิงห์ปิดประตูแล้วหันมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก

“คุณพร้อมไหม คุณภรรยาของผม” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเย้าแหย่และอ่อนโยน เพลงรักยิ้ม เธอเดินเข้าไปกอดเขาแน่น

“เพลงรักพร้อมค่ะ คุณสามี” เธอตอบ เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นแล้ววางเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล

ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบๆ ดวงตาของสิงห์เต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาค่อยๆ ถอดสูทของตัวเองออก แล้วโน้มตัวลงจูบเธอ จูบนั้นเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล แต่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้น มือของเขาเลื่อนไปคลายชุดแต่งงานของเธอออกช้าๆ ผิวเนียนนุ่มของเธอเผยออกมาใต้แสงเทียน เขาคลอเคลียไปตามคอของเธอ ลมหายใจอุ่นของเขาทำให้เธอตัวสั่นด้วยความรู้สึกที่พุ่งพล่าน

“ผมจะรักคุณตลอดไป” เขากระซิบข้างหูเธอ มือของเขาประสานกับมือของเธอแน่น ร่างของทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของความรักที่ทั้งหวานซึ้งและร้อนแรง กลีบกุหลาบบนเตียงกระจัดกระจายภายใต้การสัมผัสของทั้งสอง เสียงหายใจของทั้งคู่ผสานกันในความเงียบของห้อง กลายเป็นบทเพลงแห่งความรักที่สมบูรณ์แบบ


เมื่อทุกอย่างสงบลง สิงห์โอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ยังคงอบอุ่นด้วยความรัก เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของทั้งสอง แล้วจูบที่หน้าผากของเธอ “นี่คือจุดเริ่มต้นของเรา” เขาพูด

เพลงรักยิ้ม เธอซบลงบนอกของเขา “เพลงรักมีความสุขมาก” เธอกระซิบ “ขอบคุณที่รักเพลงรัก”

“ผมควรจะเป็นคนขอบคุณ” เขาตอบ “ที่คุณทำให้ชีวิตของผมสมบูรณ์”

ทั้งคู่นอนกอดกันใต้แสงเทียนที่ค่อยๆ หรี่ลง หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากสัญญา Sugar Daddy-Sugar Baby ได้กลายมาเป็นความรักที่แท้จริง พวกเขาก้าวข้ามทุกอุปสรรค และในที่สุดก็พบความสุขที่ทั้งคู่สมควรได้รับ


เช้าวันต่อมา แสงตะวันส่องเข้ามาในห้อง สิงห์และเพลงรักตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความรักที่ไม่มีวันจางหาย ชีวิตของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้น และทั้งคู่รู้ดีว่า ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะเผชิญหน้ามันไปด้วยกัน—ในฐานะสามีและภรรยา

จบบริบูรณ์

แมงมุมใต้เตียง: นิยาย บันเทิง | อ่านนิยาย | นิยายรสแซ่บ จัดจ้าน | นิยายบนเตียง | เทพนิยาย | นิยายออนไลน์ | นิยายรัก | โรมานซ์ | โรมานซ์แฟนตาซี | แฟนตาซี | นิยายแซ่บ | นิยายราคาประหยัด | นิยายคลายเหงา ราคาถนอมกระเป๋า | EROmanTIC | ERO ROM COM | #แซบซ่านจนนิพพานสีชมพู~* | 🍀 | สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติม