เช้าตรู่วันที่สาม กษมาถือถาดอาหารเช้าและกาแฟหอมกรุ่นเดินเข้าไปในห้องนอน กลิ่นกาแฟคั่วเข้มหอมฟุ้งไปทั่วห้อง แทรกซึมเข้ากับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงของคีธที่ฉีดพรมไว้ก่อหน้า
คีธนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง ร่างกายกำยำของเขาถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีดำที่ถูกผูกปมไว้หลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและผิวสีแทนดูสุขภาพดีที่โผล่พ้นออกมาท้าทายสายตา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณคีธ” กษมากล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้เป็นปกติที่สุด
คีธเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกเล่มหนาในมือ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“อรุณสวัสดิ์... มานั่งนี่สิกษมา” เขากวาดสายตาไปยังขอบเตียงข้างๆ ตัวเขา
กษมาวางถาดอาหารเช้าลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างระมัดระวัง แล้วทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงตามคำสั่งของเขาโดยไม่ลังเล
“หนูทำซุปเห็ดทรัฟเฟิลมาให้คุณอาค่ะ รบกวนคุณอาทานสักหน่อยนะคะ จะได้มีแรง”
คีธไม่สนใจซุป แต่กลับยื่นมือมาสัมผัสที่เรือนผมยาวสลวยของเธอ เขาค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมอย่างเชื่องช้า สัมผัสถึงความนุ่มสลวยดุจแพรไหมของมัน
“เธอสระผมด้วยอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มน่าฟัง
“แชมพู... ทั่วไปค่ะ” กษมารู้สึกประหม่ากับการสัมผัสที่จงใจของเขา
“ไม่ใช่” คีธปฏิเสธ “มันมีกลิ่นของมะลิผสมอยู่ด้วย... หอม... สดชื่นเหมือนดอกไม้ที่เพิ่งจะผลิบาน”
เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดที่ซอกคอของเธออย่างจงใจ ผิวหนังของกษมารับรู้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านจากลมหายใจนั้น
“และมันก็ทำให้ฉัน... หิว” เขาพูดกระซิบ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น
กษมาพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่คีธกลับจับไหล่เธอไว้แน่น
“ไม่เอาสิ... อย่าปฏิเสธฉัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ “บอกฉันหน่อยสิกษมา... เมื่อคืนเธอฝันถึงอะไร”
“หนู... หนูไม่ได้ฝันถึงอะไรค่ะ” กษมาตอบเสียงตะกุกตะกัก
คีธยิ้มหยัน “โกหก... ฉันรู้ว่าเธอฝันถึงฉัน... ฝันถึงรสจูบที่เธออยากจะลิ้มลองอีกครั้ง”
เขาใช้มือที่จับไหล่เธอ ค่อยๆ ลูบไล้ลงมาตามต้นแขนของเธออย่างช้าๆ การสัมผัสที่จงใจของเขาทำให้เธอรู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่ซัดสาดไปทั่วร่าง
“คุณคีธ” กษมาพยายามจะรวบรวมสติ “หนูมาที่นี่เพื่อดูแลคุณอา ไม่ใช่...”
“ไม่ใช่มาเป็นเมียลับของฉันใช่ไหม?” คีธพูดแทรกขึ้นทันที “แล้วทำไมเธอถึงได้ตอบสนองฉันอย่างเต็มใจล่ะ”
เขาดึงใบหน้าของเธอเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากของเธอเพียงแค่ลมหายใจ
“เธอกล้าที่จะเล่นกับไฟ... ก็อย่ากลัวที่จะถูกเผาผลาญสิ”
เขาไม่ได้จูบเธอในทันที แต่เขากลับใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังรอคอยคำอนุญาตจากเธอ
“หนู... หนูแค่ทำตามที่คุณอาสั่ง” กษมาตอบอย่างสิ้นหวัง
“คำสั่ง?” คีธหัวเราะในลำคอ “ถ้าฉันสั่งให้เธอลืมเรื่องบุญคุณไปซะ... แล้วอยู่กับฉันที่นี่... ในฐานะ... คนรัก... เธอจะทำตามคำสั่งของฉันไหม?”
“หนู...” กษมาลังเลใจอย่างหนัก แรงดึงดูดที่เธอมีต่อเขามันรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้ง่ายๆ
“อย่าคิดนานนักสิ” คีธกดดันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยอำนาจ “ให้ฉันแสดงให้เธอเห็นว่า... การทำตามคำสั่งของฉันมันน่าปรารถนาแค่ไหน”
เขาไม่รอช้าอีกต่อไป ริมฝีปากของเขาบดขยี้ลงบนริมฝีปากของเธออย่างเร่าร้อนและดุดัน การจูบครั้งนี้ลึกซึ้งกว่าครั้งก่อน มันเต็มไปด้วยความต้องการที่ถูกปลดปล่อยออกมา
“อืมมม...” คีธครางในลำคอเมื่อเขารับรู้ถึงการตอบสนองที่ดุเดือดของเธอ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่สาวน้อยที่น่ารักและไร้เดียงสาอย่างที่เขาเห็นภายนอก แต่เธอยังซ่อนไฟแห่งความปรารถนาที่เร่าร้อนเอาไว้ภายใน
เขาใช้ลิ้นอุ่นระคายไล่ต้อนและโอบล้อมลิ้นนุ่มหวานของเธอในจังหวะที่เร่งเร้าและมีอำนาจ มือที่จับไหล่เธอเลื่อนลงไปลูบไล้ที่แผ่นหลังของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ผิวของเธอทำให้เธอรู้สึกถึงความวาบหวามที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เมื่อผละออกจากกัน ทั้งคู่ต่างหายใจหอบถี่ ใบหน้าของกษมาแดงก่ำไปหมด
“เธอเห็นไหม?” คีธกระซิบเบาๆ ข้างหูของเธอ “เธอไม่ได้ถูกบังคับ... เธอเต็มใจ”
“หนู... หนู...” กษมาไม่สามารถหาคำพูดใดๆ มาโต้แย้งเขาได้
“จำเอาไว้กษมา” คีธพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน “เธอคือสมบัติของฉัน... ฉันจะลิ้มลองเธอจนกว่าฉันจะพอใจ”

